วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การปกครองสมัยธนบุรี

ลักษณะการปกครองธนบุรี
การปกครองในสมัยธนบุรีคงดำเนินตามแบบสมัยอยุธยาตอนปลายสรุปได้ดังนี้
การปกครองส่วนกลางมีตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี 2 ตำแหน่ง “สมุหนายก” ( เจ้าพระยาจักรีและพระยายมราชเป็นหัวหน้า) รับผิดชอบดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งทหารและพลเรือนในฐานะเจ้าเสนาบดีกรมมหาดไทย “สมุหพระกลาโหม” เจ้าพระยามหาเสนาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ส่วนหน้าที่ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้ให้ขึ้นกับพระยาโกษาธิบดีซึ่งว่าการกรมคลังและดูแลหัวเมืองชายฝั่งตะวันออก
กรมเมือง ( นครบาล )ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองในเขตราชธานี ตลอดจนการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร
กรมวัง ( ธรรมมาธิกรณ์ ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการในราชสำนัก กับทำหน้าที่พิพากษาอรรถคดี
กรมคลัง ( โกษาธิบดี )มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับจ่ายเงินของแผ่นดิน ทำหน้าที่เกี่ยวกับการติดต่อกับต่างประเทศ
กรมนา ( เกษตราธิการ ) มีหน้าที่เกี่ยวกับเรือกสวนไร่นา และเสบียงอาหาร
การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งหัวเมืองเป็น 2 ประเภท
เมืองพระยามหานคร “หัวเมืองชั้นนอกทรงแต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกไปเป็นเจ้าเมือง จำแนกเป็นเมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นจัตวา ต่อมาขึ้นกับ กรมท่า (กรมพระคลัง)
เมืองประเทศราช โปรดให้ประมุขของเมืองนั้นปกครองกันเองโดยส่งต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองและเครื่องราชบรรณาการ
ในเริ่มแรกของการตั้งอาณาจักรธนบุรีทางทิศเหนือจรดนครสวรรค์ ทางทิศใต้จรดเมืองเพชรบุรีทางทิศตะวันออกจรดเมืองตราด ปราจีนบุรี ทางทิศตะวันตกจดเขตแดนพม่าแถวเมืองกาญจนบุรี เมืองสุพรรณบุรี จนกระทั่งพ.ศ. 2313 จึงสามารถรวบรวมบรรดาหัวเมืองที่เคยขึ้นกับอยุธยา มาอยู่ภายใต้การปกครองกรุงธนบุรีทั้งหมด ทรงปราบชุมนุมต่างๆ มีชุมนุมเจ้าพระฝางเป็นชุมนุมสุดท้าย ได้โปรดให้จัดการปกครองหัวเมืองเหนือครั้งใหญ่ ทรงโปรดเกล้าให้แม่ทัพนายกองคนสำคัญออกไปปกครองดูแลหัวเมืองเหนือเช่นเมืองพิษณุโลก – เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราชเมืองสวรรค์โลก – เจ้าพระยาพิชัยราชาเมืองสุโขทัย – พระท้ายน้ำ เมืองพิชัย – พระยาสีหราชเดโช ( ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็น “ พระยาพิชัย “ ผู้คนตั้งสมญาต่อท้ายว่า “ พระยาพิชัยดาบหัก “ ) เมืองนครสวรรค์ – เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร
การปกครองเมืองเหนือพ.ศ.2313นับเป็นความสำคัญเพราะเวลานั้นพม่ายึดครองเมืองเชียงใหม่ และมีกำลังเข็มแข็ง การดูแลหัวเมืองเหนือเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการปกป้องและการขยายราชอาณาจักรปลายรัชกาลอาณาจักรขยายไปกว่าเดิมเป็นอันมากมีเนื้อที่มากกว่าปัจจุบันเป็นเท่าตัว ทางทิศเหนือได้หัวเมืองล้านนา ตลอดถึงเมืองเชียงแสน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้หัวเมืองลาวตลอดจนถึงนครเวียงจันทน์ หัวเมืองพวนและนครหลวงพระบาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ตีหัวเมืองเขมรตลอดจนถึงพุธไธมาศ ทางทิศใต้ตลอดถึงเมืองไทรบุรีและตรังกานู ทิศตะวันตกแผ่ไปถึงเมืองมะริด เมืองตะนาวศรีทะลุออกมหาสมุทรอินเดีย




แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบ





1. สมุหนายกรับผิดชอบดูแลหัวเมืองฝ่ายใด

ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งทหารและพลเรือนในฐานะเจ้าเสนาบดีกรมมหาดไทย

ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้

ดูแลหัวเมืองชายฝั่งตะวันออก

ข้อ 2 และ 3



2. กรมใดทำหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองในเขตราชธานี ตลอดจนการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร

กรมเมือง ( นครบาล )

กรมวัง ( ธรรมมาธิกรณ์ )

กรมคลัง ( โกษาธิบดี )

กรมนา ( เกษตราธิการ )



3. กรมใดทำหน้าที่เกี่ยวกับการในราชสำนัก กับทำหน้าที่พิพากษาอรรถคดี

กรมเมือง ( นครบาล )

กรมวัง ( ธรรมมาธิกรณ์ )

กรมคลัง ( โกษาธิบดี )

กรมนา ( เกษตราธิการ )



4. การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งหัวเมืองเป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง

หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองชั้นใน

เมืองลูกหลวง เมืองหลวง หรือราชธานี

เมืองหลวง หัวเมืองชั้นนอก

เมืองพระยามหานคร เมืองประเทศราช



5. เมืองพระยามหานครจำแนกเป็นเมืองอะไรบ้าง

เมืองชั้นสามัญ ชั้นเอก ชั้นโท

เมืองชั้นโท ชั้นตรี ชั้นจัตวา

เมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นจัตวา

เมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี



6. ปีใดที่อาณาจักรธนบุรีสามารถรวบรวมบรรดาหัวเมืองที่เคยขึ้นกับอยุธยา มาอยู่ภายใต้การปกครองกรุงธนบุรีทั้งหมด

พ.ศ. 2310

พ.ศ. 2313

พ.ศ. 2315

พ.ศ. 2317



7. การขยายราชอาณาจักรทางทิศเหนือได้หัวเมืองใดมาเป็นเมืองขึ้น

หัวเมืองล้านนา ตลอดถึงเมืองเชียงแสน

หัวเมืองล้านช้าง ตลอดถึงหัวเมืองล้านนา

หัวเมืองล้านนา ตลอดถึงเมืองล้านช้าง

หัวเมืองล้านช้าง ตลอดถึงเมืองเชียงแสน



8. เริ่มแรกอาณาจักรธนบุรีทางทิศเหนือติดกับเมืองใด

เมืองเพชรบุรี

เมืองตราด

เมืองนครสวรรค์

เมืองสุพรรณบุรี



9. เริ่มแรกอาณาจักรธนบุรีทางทิศตะวันตกติดกับเมืองใด

เมืองเพชรบุรี

เมืองสุพรรณบุรี

เมืองตราด

เขตแดนพม่าแถวเมืองกาญจนบุรี เมืองสุพรรณบุรี



10. “สมุหนายก” มีใครเป็นหัวหน้า

พระยาโกษาธิบดี

เจ้าพระยามหาเสนา

เจ้าพระยาจักรีและพระยายมราช

ไม่มีข้อถูก





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การปกครองสมัยอยุธยา

การเมืองการปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น

1. การปกครองส่วนกลาง
พระมหากษัตริย์ ปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง คือจตุสดมภ์
จตุสดมภ์ แบ่งเป็น
กรมเวียง - มี ขุนเวียง เป็นผู้ดูแล มีหน้าที่ รักษาความสงบสุขของราษฏร
กรมวัง - มี ขุนวัง เป็นผู้ดูแล เป็นหัวหน้าฝ่าย ราชสำนักการพิจารณาพิพากษาคดี
กรมคลัง - มี ขุนคลัง เป็นผู้ดูแล มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินที่ได้จากการเก็บส่วยอากร
กรมนา - มี ขุนนา เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลการทำไร่ นา และสะสมเสบียงอาหารของ พระนคร

2. การปกครองหัวเมือง
อยุธยาเป็นเมืองหลวง เป็นจุดของศูนย์รวมอำนาจการปกครอง ล้อมรอบด้วยเมืองลูกหลวง ประกอบด้วย ทิศเหนือ เมืองลพบุรี ทิศตะวันออก เมือง นครนายก ทิศใต้ เมือง นครเขื่อนขันธ์ และทิศตะวันตก เมือง สุพรรณบุรี
ถัดออกมาคือ หัวเมืองชั้นใน ได้แก่ สิงห์บุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี และเพชรบุรี และเมืองประเทศราช เช่น เมือง นครศรีธรรมราชและเมืองพิษณุโลก

การปกครองสมัยอยุธยาตอนกลาง
1991 - 2231

การปกครองเริ่มตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นต้นมา หลังจากที่ได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา โดยมีลักษณะสำคัญ 2 ประการคือ
1. จัดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
2. แยกกิจการฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารออกจากกัน

การปกครองส่วนกลาง
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดฯให้มีตำแหน่งสมุหกลาโหมรับผิดชอบด้านการทหาร นอกจากนี้ยังได้ทรงตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้นมา อีก 2 กรม คือ
กรมมหาดไทย มีพระยาจักรีศรีองครักษ์เป็นสมุหนายก มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี มีหน้าที่ควบคุมกิจการพลเรือนทั่วประเทศ
กรมกลาโหม มีพระยามหาเสนาเป็นสมุหพระกลาโหม มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี มีหน้าที่ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ
นอกจากนี้ใน 4 กรมจตุสดมภ์ที่มีอยู่แล้ว ทรงให้มีการปรับปรุงเสียใหม่ โดยตั้งเสนาบดีขึ้นมาควบคุมและรับผิดชอบในแต่ละกรมคือ
กรมเมือง (เวียง) มีพระนครบาลเป็นเสนาบดี
กรมวัง มีพระธรรมาธิกรณ์เป็นเสนาบดี
กรมคลัง มีพระโกษาธิบดีเป็นเสนาบดี
กรมนา มีพระเกษตราธิการเป็นเสนาบดี

การปกครองส่วนภูมิภาค
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเลิกการปกครองแบบเดิมทั้งหมด แล้วจัดระบบใหม่ดังนี้
1 .) หัวเมืองชั้นใน ยกเลิกเมืองหน้าด่านแล้วเปลี่ยนเป็นเมืองชั้นใน มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้ปกครองเมืองเหล่านี้เรียกว่า ผู้รั้ง พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้แต่งตั้งขุนนางในกรุงศรีอยุธยา ทำหน้าที่ผู้รั้งเมือง ต้องรับคำสั่งจากในราชธานีไปปฏิบัติเท่านั้นไม่มีอำนาจในการปกครองโดยตรง
2) หัวเมืองชั้นนอก (เมืองพระยามหานคร) เป็นหัวเมืองที่อยู่ภายนอกราชธานีออกไป จัดเป็นหัวเมืองชั้นตรี โท เอก ตามขนาดและความสำคัญของหัวเมืองนั้น เมืองเหล่านี้มีฐานะเดียวกันกับหัวเมืองชั้นใน คือขึ้นอยู่ในการปกครองจากราชธานีเท่านั้น
3) หัวเมืองประเทศราช ยังให้มีการปกครองเหมือนเดิม มีแบบแผนขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง มีเจ้าเมืองเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในด้านการปกครอง แต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวาย

การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งการปกครองเป็นหน่วยย่อย โดยแบ่งเป็น
1) บ้าน หรือหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน มีผู้ว่าราชการเมืองเป็นหัวหน้า จากการเลือกตั้งจากหลายบ้าน
2) ตำบล เกิดจากหลายๆ หมู่บ้านรวมกันมีกำนันเป็นหัวหน้ามีบรรดาศักดิ์เป็น พัน
3) แขวง เกิดจากหลายๆ ตำบลรวมกัน มีหมื่นแขวงเป็นผู้ปกครอง
4) เมือง เกิดจากหลายๆ แขวงรวมกัน มีผู้รั้งหรือพระยามหานครเป็นผู้ปกครอง
ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองทางด้านการทหาร ได้แก่
1. การจัดทำสารบัญชี (หรือสารบาญชี) เพื่อให้ทราบว่ามีกำลังไพร่พลมากน้อยเพียงใด
2. สร้างตำราพิชัยสงคราม ซึ่งเป็นตำราที่ว่าด้วยการจัดทัพ การเดินทัพ การตั้งค่าย การจู่โจมและการตั้งรับ ส่วนหนึ่งของตำราได้มาจากทหารอาสาชาวโปรตุเกส
3. การทำพิธีทุกหัวเมือง ซักซ้อมความพร้อมเพรียงเพื่อสำรวจจำนวนไพร่พล (คล้ายกับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลในปัจจุบัน)

การปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย

สมัยอยุธยาตอนปลาย เริ่มในสมัยพระเพทราชา สมัยนี้ยึดการปกครองแบบที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงปรับปรุงแต่ได้แบ่งแยกอำนาจสมุหกลาโหมและสมุหนายกเสียใหม่ คือ
สมุหกลาโหม - ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมดทั้งที่เป็นฝ่ายทหารและพลเรือน
สมุหนายก - ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมดที่เป็นฝ่ายทหารและพลเรือนรูปแบบการปกครอง
ของอยุธยาใช้เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ 5 จึงได้มีการปฏิรูปการปกครองเสียใหม่
ได้แยกกิจการฝ่ายทหารและพลเรือนออกจากกัน แต่การกำหนดอำนาจบังคับบัญชาดูแลกิจการทั้งสองฝ่ายตามเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นการถ่วงดุลอำนาจของขุนนางด้วยกัน เพื่อจะได้ไม่เป็นภัยต่อราชบัลลังก์และแบ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายต่างๆ ดังนี้
- หัวเมืองฝ่ายเหนือ ขึ้นตรงต่อสมุหนายก
- หัวเมืองฝ่ายใต้ ขึ้นตรงต่อสมุหพระกลาโหม
- หัวเมืองชายทะเลตะวันออก ขึ้นตรงต่อเสนาบดีกรมคลัง


แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบ





1. จตุสดมภ์เป็นการปกครองในสมัยใด

สมัยอยุธยาตอนต้น

สมัยอยุธยาตอนกลาง

สมัยอยุธยาตอนปลาย

สมัยสุโขทัย



2. การปกครองแบบจตุสดมภ์แบ่งเป็นกี่กรม อะไรบ้าง

3 กรม กรมเวียง กรมวัง กรมนา

3 กรม กรมเวียง กรมคลัง กรมนา

4 กรม กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนา

4 กรม กรมเวียง กรมพระราชวัง กรมคลัง กรมเสบียง



3. กรมใดมีหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายราชสำนักการพิจารณาพิพากษาคดี

กรมเวียง

กรมวัง

กรมคลัง

กรมนา



4. เมืองลูกหลวงของกรุงศรีอยุธยาทางทิศใต้ได้แก่เมืองใด

เมืองลพบุรี

เมืองสุพรรณบุรี

เมืองนครนายก

เมืองนครเขื่อนขันธ์



5. เมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาได้แก่เมืองใด

เมืองสุพรรณบุรีและเมืองนครนายก

เมืองพิษณุโลกและเมืองสุพรรณบุรี

เมืองนครศรีธรรมราชและเมืองพิษณุโลก

เมืองลพบุรีและเมืองนครนายก



6. สมัยอยุธยาตอนกลางเริ่มตั้งแต่สมัยการปกครองของกษัตริย์พระองค์ใด

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง)



7. อาณาจักรอยุธยาได้ผนวกเอาอาณาจักรใดมาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง

อาณาจักรสุโขทัย

อาณาจักรทวารวดี

อาณาจักรล้านนา

อาณาจักรล้านช้าง



8. ในสมัยอยุธยาตอนกลางกรมใดมีหน้าที่ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ

กรมมหาดไทย

กรมวัง

กรมเมือง

กรมกลาโหม



9. สมัยอยุธยาตอนปลายเริ่มในสมัยการปกครองของกษัตริย์พระองค์ใด

พระเพทราชา

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

สมเด็จพระราเมศวร

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช



10. สมุหนายกมีหน้าที่อะไร

ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ

ควบคุมกิจการพลเรือนทั่วประเทศ

ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมดที่เป็นฝ่ายทหารและพลเรือนรูปแบบการปกครอง

ดูแลหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมดทั้งที่เป็นฝ่ายทหารและพลเรือน





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การปกครองสมัยสุโขทัย

การปกครองสมัยสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัยเมื่อแรกตั้งเป็นอาณาจักรเล็กๆสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคือสมัยพ่อขุนรามคำแหง มหาราชมีอาณาเขตทิศเหนือจรดเมืองลำพูน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจรดเทือกเขาดงพญาเย็น และภูเขาพนมดรัก ทิศตะวันตกจรดเมืองหงสาวดี ทางใต้จรดแหลมมลายู มีกษัตริย์ปกครองเป็นเอกราชติดต่อกันมา 6 พระองค์
อาณาจักรสุโขทัย เสื่อมลงและตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพญาไสลือไท โดยทำสงครามปราชัยแก่ พระบรมราชาที่ 1แห่งกรุงศรีอยุธยาในปีพศ.1921 และราชวงศ์พระร่วงยังคงปกครองในฐานะประเทศราชติดต่อกันมาอีก 2 พระองค์ จนสิ้นราชวงศ์ พ.ศ.1981

ลักษณะการปกครองสมัยสุโขทัย แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ การปกครองสมัยสุโขทัยตอนต้น และการปกครองสมัยสุโขทัยตอนปลาย ดังต่อไปนี้
1. การปกครองสมัยสุโขทัยตอนต้น เมื่อขอมปกครองสุโขทัยใช้ระบบการปกครองแบบ นายปกครองบ่าว เมื่อสถาปนากรุงสุโขทัยขึ้นใหม่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงจัดการปกครองใหม่เป็นแบบ บิดาปกครองบุตร หรือ พ่อปกครองลูก หรือ ปิตุลาธิปไตย ซึ่งมีลักษณะสำคัญ 4 ประการ คือ
1. รูปแบบราชาธิปไตย หมายถึง พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ปกครองสูงสุด ทรงใช้อำนาจสูงสุดที่เรียกว่า อำนาจอธิปไตย
2. รูปแบบบิดาปกครองบุตร หมายถึง พระมหากษัตริย์ ทรงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนมาก จึงเปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือ พ่อ จึงมักมีคำนำหน้าพระนามว่า พ่อขุน
3. ลักษณะลดหลั่นกันลงมาเป็นขั้น ๆ เริ่มจากหลายครอบครัวรวมกันเป็นบ้าน มี พ่อบ้าน เป็นผู้ปกครอง หลายบ้านรวมกันเป็นเมือง มี พ่อเมือง เป็นผู้ปกครอง หลายเมืองรวมกันเป็นประเทศ มี พ่อขุน เป็นผู้ปกครอง
4. การยึดหลักธรรมในพุทธศาสนาในการบริหารบ้านเมือง

2. การปกครองสมัยสุโขทัยตอนปลาย การปกครองแบบบิดาปกครองบุตรเริ่มเสื่อมลง เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มั่นคง เกิดความรำส่ำระสาย เมืองต่าง ๆ แยกตัวเป็นอิสระ พระมหาธรรมราชาที่ 1 จึงทรงดำเนินพระราชกุศโลบาย ทรงทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา และทรงปฏิบัติธรรมเป็นตัวอย่างแก่ราษฏรเพื่อให้ราษฎรเลื่อมใสศรัทธาในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา สร้างความสามัคคีในบ้านเมือง ลักษณะการปกครองสุโขทัยตอนปลายจึงเป็นแบบ ธรรมราชา ดังนั้นจึงนับได้ว่าพระองค์ธรรมราชาพระองค์แรก และพระมหากษัตริย์องค์ต่อมาทรงพระนามว่า พระมหาธรรมราชาทุกพระองค์ การเมืองการปกครอง สมัยสุโขทัย แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก เป็นลักษณะเด่นของการปกครองตนเองในสมัยสุโขทัย การปกครองลักษณะนี้ พระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนพ่อของประชาชน และปลูกฝังความรู้สึกผูกพันระหว่างญาติมิตร การปกครองเช่นนี้เด่นชัดมากในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
2. การปกครองแบบธรรมราชาหรือธรรมาธิปไตย ลักษณะการปกครองทรงยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และต้องเผยแพร่ธรรมะ สู่ประชาชนด้วย การปกครองแบบธรรมราชานั้นเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 พระองค์ทรงออกบวชและศึกษาหลักธรรมอย่างแตกฉาน นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเตภูมิกถา (ไตรภูมิพระร่วง) ไว้ให้ประชาชนศึกษาอีกด้วย
3. ทรงปกครองโดยยึดหลักสิทธิเสรีภาพ เป็นการปกครองที่พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงใช้อำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ให้มีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ ตามความถนัดเป็นต้น

การปกครองของอาณาจักรสุโขทัย แบ่งการปกครองออกเป็น
1. เมืองหลวง หรือราชธานี เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชวังและวัดจำนวนมาก ตั้งอยู่ในและนอกกำแพงเมือง ราชธานีเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะและขนบประเพณี พระมหากษัตริย์ทางเป็นผู้ปกครองเอง
2. เมืองลูกหลวง เป็นเมืองหน้าด่าน ตั้งอยู่รอบราชธานีห่างจากเมืองหลวงมีระยะทางเดินเท้าประมาณ 2 วัน ได้แก่ เมืองศรีสัชนาลัย เมืองสองแคว เมืองสระหลวง เมืองชากังราว เมืองลูกหลวงเป็นเมืองที่เจ้านายเชื้อพระวงศ์ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์


แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบวรนารีเฉลิม





1. กษัตริย์พระองค์ใดจัดการปกครองใหม่จากแบบนายปกครองบ่าวเป็นแบบพ่อปกครองลูก

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์

พ่อขุนบานเมือง

พ่อขุนรามคำแหง

พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)



2. ในสมัยสุโขทัยตอนปลาย การปกครองแบบบิดาปกครองบุตรเริ่มเสื่อมลง เพราะอะไร

สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มั่นคง

เมืองต่าง ๆ แยกตัวเป็นอิสระ

ข้อ ก. และ ข.

ไม่มีข้อถูก



3. อาณาจักรสุโขทัยมีอาณาเขตทิศเหนือติดกับเมืองใด

เมืองหงสาวดี

ภูเขาพนมดงรัก

แหลมมลายู

เมืองลำพูน



4. การปกครองแบบพ่อปกครองลูกเรียกอีกอย่างว่าอะไร

ราชาธิปไตย

ปิตุลาธิปไตย

ธรรมราชาหรือธรรมาธิปไตย

ไม่มีข้อถูก



5. กษัตริย์พระองค์ใดทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเตภูมิกถา (ไตรภูมิพระร่วง)

พ่อขุนรามคำแหง

พระยาเลอไท

พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)

พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท)



6. อาณาจักรสุโขทัยเสื่อมลงและตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาสมัยกษัตริย์พระองค์ใด

พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท)

พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)

พระยาเลอไท

พ่อขุนบานเมือง



7. อาณาจักรสุโขทัยตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาในปีใด

พ.ศ.1918

พ.ศ.1919

พ.ศ.1920

พ.ศ.1921



8. เมืองลูกหลวงมีระยะทางเดินเท้าประมาณกี่วัน

1 วัน

2 วัน

3 วัน

4 วัน



9. อาณาจักรสุโขทัยมีอาณาเขตทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับภูเขาอะไร

เทือกเขาหิมาลัย และภูเขาพนมดงรัก

เทือกเขาแดนลาว และ เทือกเขาถนนธงชัย

เทือกเขาดงพญาเย็น และภูเขาพนมดงรัก

เทือกเขาแดนลาว และเทือกเขาหลวงพระบาง



10. พญาไสลือไททำสงครามปราชัยแก่กษัตริย์พระองค์ใด

พระเจ้าบุเรงนอง

พระบรมราชาที่ 1

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระเจ้าอู่ทอง





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ: